| Profil de RichieRichie Zhou - It's my li...PhotosBlogListes |
|
21 novembre เฮ้อ เหนื่อยจาย countdown 83 daysทุก ๆ วันจันทร์มีแต่เรื่องน่าเศร้า เป็นไรไม่รู้ แต่เช้ามาก็ต้องโดนก่อนรับอรุณดิ์กับเช้าวันใหม่อันสดใสไปหนึ่งดอกก่อน ตอนหัวค่ำก็คุยกับบ๊วยปกติ แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนดันทะเลาะกัน เราก็เห็นว่าเค้าปวดท้องแล้วจะไปทำการบ้านนอกบ้านทำไม ม่าม้าก็ยังไม่กลับบ้าน โทรไปหาเพื่อนให้เพื่อนทำให้ส่งให้ก็ได้แค่ครั้งเดียวมันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง กลับโดนตะคอกใส่เฉยเลย ถึงกับงงว่าพูดไรผิด เป็นห่วงว่าไม่สบายอยู่ กลับโดนว่า ก็พยายามนิ่ง ๆ แล้วก็ถามไปแบบใจเย็นว่า "ถ้าอยากทำการบ้านก็ไปทำก็ได้ ถ้าอารมณ์ไม่พร้อมจะคุยเนี่ยก็ไปทำเถอะ" หลังจากนั้นจึงอาบน้ำเข้านอนเลย นอนก็ไม่ค่อยพออยู่แล้ว เช้าโดน เย็นกลับมานึกว่าจะคุยให้สบายใจก็ดันโดนอีก เฮ้อเหนือ่ย กะว่าจะหาเวลาไปไหว้พระแถว central world หน่อย ขอให้ไม่ต้องทะเลาะกันเหอะ เวลาก็เหลือน้อยอยู่แล้วดันมาทะเลาะกันอีก พยายามจะเข้าหาให้บ่อยที่สุด พยายามข้ามไปจากที่ไกล ๆ ไปหา เหนื่อยก็๋เหนื่อย แต่ได้แ่ต่ยิ้มเวลาเจอ ท้ายที่สุดคงต้องพึ่งท่านพระ ท่านเจ้ามาช่วยแล้วมั้งเนี่ย เฮอออ หวังว่าคงจะเข้าใจกันได้ คำแปล ringtone เพลงนั้น 如 果 思 念 能 随 时 间 累 积 ru2 guo3 si1 nian4 neng2 sui2 shi2 jian1 lei4 ji1 ถ้าหากความคิดถีงจะสามารถเก็บสะสมไว้ได้ 创 造 另 一 个 天 地 chuang4 zao4 ling4 yi1 ge4 tian1 di4 สร้างโลกใหม่ขี้นมาได้อีกใบ 风 景 一 定 好 美 丽 feng1 jing3 yi1 ding4 hao3 mei3 li4 ต้องเป็นที่ๆสวยงามมาก 我 的 回 忆 在 哪 里 wo3 de5 hui2 yi4 zai4 na3 li3 ความทรงจำของฉันอยู่ไหน 让 你 代 我 去 忘 记 rang4 ni3 dai4 wo3 qu4 wang4 ji4 ปล่อยให้ฉันลืมเรื่องของคุณ 直 到 我 忘 了 爱 上 过 你 zhi2 dao4 wo3 wang4 le5 ai4 shang4 guo4 ni3 ให้ฉันลืมว่าเคยรักเธอ 我 才 拿 出 来 温 习 wo3 cai2 na2 chu1 lai2 wen1 xi2 ฉันถึงเรียกมันกลับมาได้อีกครั้ง 你 的 回 忆 在 哪 里 ni3 de5 hui2 yi4 zai4 na3 li3 ความทรงจำของเธออยู่ไหน 让 我 为 你 好 好 收 集 rang4 wo3 wei2 ni3 hao3 hao3 shou1 ji2 ให้ฉันได้เก็บความทรงจำที่ดี ๆ ไว้ 那 已 经 成 为 我 唯 一 活 下 na3 yi3 jing1 cheng2 wei2 wo3 wei2 yi1 huo2 xia4 去 的 动 力 qu4 de5 dong4 li4 แค่นั้นก้อทำให้ฉันมีแรงเพื่ออยู่ต่อไป 29 octobre ฝันร้าย (Countdown 104 Days)ช่วงนี้รู้สึกงง ๆ กับตัวเองเหลือเกินเราทำอะไรอยู่ จู่ ๆ ก็ตื่นมากลางดึกสองคืนติดแ้ล้ว เหมือนเป็นแค่คนแก้เหงา
บางทีอาจจะรู้สึกไปฝ่ายเดียวก็ได้อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้คิดอะไร
ไม่ได้แคร์อะไร ตอนทะเลาะกันก็คงจะมีค่าแต่พอเค้าคืนดีกันก็คงคล้าย ๆ
หมาหัวเน่ายังไงก็ไม่รู้ เคยอยากที่จะไม่คิดถึงคนอื่นแล้วไม่ต้องแคร์ใครนะ
แต่มันก็ไม่รู้สึกไม่ได้แฮะเวลาที่ได้ยินชื่อคนนั้นทีไรแม่งของขึ้นทุกที ไ่ม่รู็้จะเขียนไรแฮะหัวมึนตึ๊บ ๆ อยากรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไรกันแน่วะ "รักของเธอมีจริงหรือเปล่า" 18 octobre ที่เดิมแห่งนี้ บางครั้ง บางสิ่งที่เรายิ่งวิ่งตามมันมันกลับยิ่งห่างไกลไปเรื่อย แต่พอเราหยุดสิ่งนั้นมันกลับวิ่งมาหาเราเอง แต่พอเราเคลื่อนที่อีก มันก็ยิ่งหนีเราไป ดุจดั่งความรักของมนุษย์ทั่วไป บางทีเราให้ความสำคัญกับคนนึงมาก ๆ แต่ในทางของเค้าเราอาจจะเป็นแค่ตัวตลกก็ได้ ความสุขของเราอาจจะอยู่ที่อดีตเท่านั้นก็ได้ ปัจจุบันที่เหลวแหลก ทำให้ไม่กล้าที่จะมองอนาคต คน ๆ หนึ่งมองแต่อนาคตข้างหน้า กับอีกคนมองแต่อดีต ทุกอย่างสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด บางทีความสุขของคนเราอาจจะเป็นการหยุดอยู่เฉยก็เป็นได้ ทุก ๆ คนก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อาจจะเหลือเพียงเราที่ยังอยู่ "ที่เดิมแห่งนี้" ก็ได้ 17 septembre ยิ่งโต ยิ่งอ้างว้าง ช่วงนี้รู้สึก เหงา ๆ เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ มาคิดอีกที ทำไมมันเร็วจัง แป๊ปเดียวจากหนุ่มน้อย เริ่มเป็นหนุ่มใหญ่ จากเพื่อนรุ่นน้องตัวเล็ก ๆ เติบใหญ่เป็นคนตัวโต ยิ่งดึกก็ยิ่งเหงา คิดถึงเมือ่ก่อนแล้วเย็น ๆ ไปรวมกันที่บ้านไอ้กิม สนุกสนานที่สุด แป๊ปเดียวผ่านไป 7 - 8 ปีแล้วเหรอเนี่ย น้องบางคนจากเด็กตัวเล็กเนี่ยก็เป็นสาวไปแล้ว ทุกวันแม้ว่าจะเบื่อที่ไม่ค่อยมีเงิน แต่ก็ยังมีเพือ่น ๆ ที่สนุกสนานกัน เครียดเมื่อไหร่ก็ไปหามันได้ที่บ้าน แถวนั้นก็จะมีน้อง ๆ ออกมาเล่นสนุกสนานกันไม่ได้เล่นนั่งดูก็ยังสนุก แต่ว่าทุกวันนี้เมื่อทุกคนย้ายออกไป มันก็เลยเริ่มเงียบลงเรื่อย ๆ เริ่มจากไอ้บ๊วย ไอ้เชียง ไอ้ติ่งก็หายไป ไอ้ก๊อไปมีเมีย เหลือแต่การชีวิตกับการทำงานเท่านั้น หรือว่าเหลือแต่เราที่ยังเฝ้าคิดถึงอดีตอยู่ เค้าว่ากันว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่มานั่งคิดถึงอดีตเนี่ยแสดงว่าเริ่มแก่แล้ว สงสัยจะเป็นงั้นจริง ๆ อีกไม่กี่ปีก็ขึ้นเลข 3 แล้ว ตอนนี้ที่มีติดต่อก็เหลือไอ้บ๊วยคนเดียวแหละมั้ง ในอดีตทำเรื่องหลายอย่างผิดพลาดไป นึกวันนี้ก็เสียดาย อดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่หวนคืนอีก อยากให้บ๊วยมันเป็น ช จังเลย จะได้คุยไรได้มากกว่านี้ คงจะสนิทกันได้มากกว่านี้
อาทิตย์ก่อนเครียดจัด เลยโทรไปหาบ๊วยตอนตี 2 - 4 แล้วก็วางสายไป ไม่น่าเชื่อว่าจากรอบหลังยันเช้ามันโทรหาเราตลอดแต่เราปิดไปเครือ่งนึง อีกเครื่องนึงทิ้งไว้ที่อื่น ตลอดสามวัน โทรอย่างนี้ตลอดแต่เราไม่ได้รับสายเลยเครียดเกิน จึงเพิ่งรู้ว่ามันห่วงเราจิง ๆ นะเนี่ย นึกว่ามันพูดเล่น เลยคุยกันครั้งแรกโดนมันด่าเลย เฮออ คงมีมันคนเดียวมั้งเนี่ยที่ห่วงเราขนาดนี้ ถ้ามันได้เข้ามาอ่านเนี่ย "ขอบคุณมากเจง" ไม่กล้าพูดออกไป 4 juillet 2 กรกฏา 2548 ผ่านไปวันเกิดอย่างเงียบ ๆ 26 แล้วเหรอเนี่ย เงียบมัก ๆ ไอ้พวกแถวบ้านก็หายหมด ไอ้ติ่งก็ไม่รู้หนีจากบ้านไปไหนและ ไม่มีข้อมูลให้ตามตัวมันเลย นึกว่าจะชวนมาร้องเกะด้วยกันเหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่อยู่กันครบ ๆ ด้วย อุตส่าห์ฝึกยุทธจนสำเร็จ เก้ากระบี่ต๊กโกวแล้ว ไม่เหลือซักหัวเลยวะ เฮอออ อยากร้องเกะฉิบ
ช่วงนี้ดวงซวย ๆ ว่าจะไปไหว้พระล้างซวยหน่อยเผื่อจะมีไรดีขึ้น ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย อยากไปนอนท่องเที่ยวให้สบายใจซะหน่อย ภาพเราก็ไม่มีไรอัพเดทเลย ตอนนี้จะเริ่มฝึกจีนให้หนักขึ้นแล้วเผื่อปีหน้าจะได้เดินทางไปไต้หวันอีกรอบซะหน่อย พยายามเค้าสู้ตาย
สุดท้ายไอ้ซาบะก็รอดไป เนี่ยจากม้าไม่ยอมเอาไปให้คนอื่นและ แหมก็เลี้ยงมาตั้งหลายปีมันก็ต้องผูกพันนั่น โชคดีนะไอ้บะ ไอ้อ้วน เอ๊ย อิอิ ไม่รู้จะอัพไร จะแยกไปเขียนเป็นภาษาจีนอีกเล่มแต่ก็เกรงใจตัวเอง เขียนได้เหรอ วะ 555 ไปนอนดีกว่า คิดถึงนางฟ้าน้อยมัก ๆ เลยอะ 15 avril สงกรานต์ วันที่ 2 (ตอน1) ตื่นมาก็ง่วง เพราะว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกมาก จากการเซ็งเบื่อ จึงไปดื่มซะ ตื่นมาก็กินข้าวกินปลา เห็นแป๋มโทรมาแต่ยังไม่อยากรับเนื่องจากรู้สึกเซ็ง (เมื่อวานไปไม่ชวน เรารู้จากการที่เราโทรไปหา) งอนเชอะ จึงเริ่มชวนพวก ttni ก่อนมาหาไรกินตอนเย็นเพราะว่าแต่ละคนไม่อยากเล่นน้ำกันเลย ชวน ๆ ไปเหมือนเงียบ เราเลยให้เค้าโทรต่อเอาเองหลังจากที่แยบที่เม ไปก่อนหน้านั้น หลังจากนั้นก็นั่ง คุย msn กับเตยไปซักพักจึงตัดสินใจโทรไปหาแป๋ม เห็นว่าจะออกไปเล่นกับจิ๊บและเพื่อนอีกสองคน อารมณ์เรายังไม่อยากตามไป (แต่สุดท้ายก็ตามไป) นั่ง ๆ คิดไป ถ้าไม่ได้เล่นวันนี้ก็ไม่รูจะได้เล่นหรือเปล่าเลย จึงรีบอาบน้ำแล้วออกไป
ไปที่ราชดำเนินเจอหน้าแป๋มหลังจากไม่ได้เจอร่วมๆ 2 ปีได้ ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือสงกรานต์เมื่อประมาณสองปีที่แล้วได้ (ตอนมันเดินทางมันไม่ยอมบอกเราแต่เราสืบรู้มาได้ ว่าจะไปส่งมันแต่โทรไปสุดท้ายมันไม่ได้รับสาย) แรก ๆ ก็เบื่อ ๆ เหมือนคนนอก มาถึงก็ไปเล่นสีลมแต่ว่าสีลมเค้าทำงานไม่ปิดถนนให้เล่น แต่ปีนี้วัยรุ่นเล่นเยอะแฮะ จึงตัดสินใจตีรถไปเล่นบ้านจิ๊บ กว่าจะนั่งรถไปถึงต้องผ่านวิบากกรรมมากมายตามรายทาง เจอพวกที่แบบแม่งมาเป็นฝูงกะจะล้วงอย่างเดียวเลย บ๊วยมันเลยหันมาหมอบทางเราให้เรากันให้บางอย่าง ก็พยายามกันให้ ความรู้สึกเราเริ่มย้อนกลับยังไงก็ไม่รู้อะ (ช่วงนี้อ่านต่อ ตอน2)
มาเล่นกันต่อที่หน้าบ้านจิ๊บ ตอนนี้จริง ๆก็เหมือนไม่ได้เล่นแหละ ดูคนอื่นเค้าเล่นกันไป กวาจะเสร็จก็สองทุ่ม ตอนไปเข้าห้องน้ำอะ เนื่องจากมืดขาเข้าก็ไม่ได้สังเกตว่าเราต้องเปิดประตูกระจก รีบเดินออกมา ชนดังปั๊งเลย กระจกแทบแตก อายฉิบเลยอะ โชคดีไม่มีใครเห็น รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ แต่งตัวออกไปตะวันแดง กินข้าวกับชาว ttni แล้วก็ไปหาที่ต่อกะว่าจะต่อ rca แต่ดันโดนลากไปที่อื่นจน กวาจะได้กลับบ้านเนี่ยก็ตี 2 กว่า กลับมาวันนี้มีเรื่องให้คิดจึง ทำให้รู้สึกว่าอยากเขียนไรออกมาซักอย่าง 10 avril ใกล้สงกรานต์แว้ว + 日月潭 ใกล้วันหยุดยาวสงกรานต์เข้าไปเรื่อย ๆ แต่ว่าทำไมปีนี้แปลก ๆ ฝนดันตกตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ เช้าวันนี้ก็ตกแต่ก็ดีหน่อย เย็นขึ้นพอสมควร แต่ทำไมมันไม่ไปตกตอนดึกฟะ จะได้ไม่ต้องเปิดแอร์นอน ช่วงนี้ปีที่แล้วกำลังสนุกเลย กำลังท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน แต่ตอนนี้พวกน้องมันคงกำลังสนุกเลย ตามตารางเนี่ยเมื่อวานไป 日月潭 กันนิ พูดแล้วก็อยากไปบ้างเฟ้ย เที่ยวยาว ๆ อย่างนั้นสบายใจดี เสียดายตอนเรียนบ่มีตังค์ไม่งั้นคงไปมันทุก summer เลยแหละ
พอดีวันนี้เพิ่งเรียนเกี่ยวกับ sun moon lake มาจึงอยากจะอธิบายให้คนที่ไม่รู้รายละเอียดได้รู้ตามด้านล่างเลย
日月潭是中国台湾省的个大湖。 日月潭里有个小岛,把潭分成两半, 一边象圆圆
的太阳, 叫 “日潭” ; 一边象弯弯的月亮, 叫 “月潭”。 两潭湖水相连象个大玉盘, 小岛就 象玉盘 中德明珠. 日月潭在靠近台中的高山上, 水很深。 日月潭的四周是山, 山上是密密的树林。
山林倒映在潭里, 湖光山色,十分美丽
16 mars อยากไปต้าเหลียน นัดกับเพื่อนไว้ว่าจะไปตอนสงกรานต์ เพื่อนตัวดีหายหัวไปไหนไม่รู้ติดต่อก็ยาก อยากไปจังเลย ไม่รู้ว่าเดือนพฤษภา จะมีโอกาสได้ไปไหมเนี่ยถ้าหลุดเนี่ยไปปีนี้คงอดเที่ยวแบบยาว ๆ แน่ ๆ เลย เฮออออ เลยเอารูปมาโพสไว้เผื่อมีคนเห็นแล้วอยากไปกัน อิอิ
8 mars เชียงราย-เชียงใหม่ ภาค 3 Goodbye Valentine (二月, 十四日, 95)ตื่นมาอย่างง่วง ๆ เนื่องจากจะบอกว่าเมื่อคืนเนี่ย นอนมะหลับ เปิดประตูออกไปปั๊ป ตะลึง เย็นวูบเข้าผิวเลย ลมแรงมัก เย็นชื้นอย่างแรงรีบ รีบล้างหน้าเพื่อเตรียมตัวจะไปขึ้นเขาดูพระอาทิตย์ตก แต่งตัวเสร็จก็ออกไปเก็บภาพยามค่ำคืนซะก่อนถ่ายยากจริง ๆ หนาวมัก ๆ นั่งรถขึ้นไปเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้น หลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นไปได้ก็ถึงเวลาของกองทัพ มันต้องเดินด้วยท้อง เราจึงเลือกที่จะแวะที่ร้าน "มั่งมีศรีสุข" และที่ร้านนี้เราก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับบรรยากาศงานเทศกาลของที่นี่ วันนี้จะมีประเพณี "กินวอ" และจะมี "ลานสาวกอด" คือคนที่ขึ้นไปสามารถกอดสาวได้เลย เรางี้กระตือรือร้นเชียว 5555 และก็มีการเต้น "จะคึ" ซึ่งมันไม่ใช่การเต้น "จะอึ๊" หลังอาหารเช้าเราก็ขึ้นไปค่ายทหาร ไทย-พม่า ซึ่งเราไปเหยียบถึงชายแดนที่ติดกับพม่า ซึ่งถ้าข้ามผ่านไปเนี่ยไม่รู้จะมีคนมาจับตัวเราไปรึเปล่า 555 อาการสดชื่น เพราะว่ารอบด้านมีแต่ภูเขาสูงทีเดียว หลังจากเสร็จเนี่ย เพื่อจะรอไปเที่ยวดู การเต้น "จะคึ" เราจึงกลับไปบ้านพักผ่อนก่อน เราก็ระหว่างวางๆ ก็ไปเดินเล่น หาไรกินก็ไปกิน หมั่นโถว ซึ่งถูกกว่าบนเขาอีกที่นี่ลูกละ 5 บาท บนเขา 10 บาท เราจึงไปเดินชม "สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้มากมาย สวย และ สงบเงียบ ไอ้ลองชิมรสน้ำผลไม้ของที่นี่ก็อร่อยดี และที่นี่เราก็ได้ ฉา กลับบ้านไปลองลิ้มชิมรสกัน ถัดไปเป็น "สวนบอนไซ และสวนหินธรรมชาติ" ที่นี่ อากาศดี มัก อยากจะนั่งสงบจิตสงบใจที่นี่นาน ๆ จังเลย หลังจากนั้นเราจึงไปชิมชากัน ได้ลองลิ้มรส "ไข่ต้มชาเขียว" ลูกละ 5 บาทเอง หลังจากนั้นก็เดินขากลับจากชิมฉา เราก็เห็นดอกไม้สวย ๆจึงถามคนแถวนั้นเข้าไป จึงได้รู้ว่า นั่นคือ เกาะดอกท้อนิเอง หลังจากการทานอาหารเที่ยงเนี่ยเราก็เดินทางสู่หมู่บ้านดังกล่าวด้านบนเพื่อไปดูเค้าเต้น "จะคึ" ที่แท้มันก็เป็นการเต้นธรรมดานิเอง เต้นไปดมฝุ่นไปที่นี่เค้าว่าจะเต้นกัน 7 วัน 7 คืนไม่พักเลย ไม่รู้จริงเปล่า 5555 ลองมอง ๆ หา "ลานสาวกอด" เราจึงคิดว่าน่าจะเป็นตอนเย็น เพราะมันคงจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ถ้ามายืนกอดกันกลางแดดจ้า แต่ว่าที่นี่เค้าจัดนักเรียนมาเป็นไกด์นำพาเพื่อเข้าชมหมู่บ้าน (อันนี้ลงหนังสือพิมพ์ด้วยหละเคยเห็น) น้อง ๆ พาเราไปดูไร่สตอเบอร์รี่ ให้ดูไร่เล็ก เราเลยนึกขำถามว่า "น้องพี่หวังว่าไร่ทางนั้นคงไม่ใช่ที่เราเห็นทางตีนเขานั่นนะ" น้องตอบ "ไจ้เลย อยู่เขาลูกปู้น" เรางี้ตกใจเลยโชคดีไม่หลวมตัวเดินไป สิ่งหนึ่งที่แปลกใจคือเราลองถามน้อง ๆ รู้จักแดจังกึมไหม เพราะว่าจากที่วันแรกเห็น น้องๆ ตอบกันอย่างรวดเร็วดูทุกตอนเลย ชาวเขาเดี๋ยวนี้พัฒนาแต่คงยังไม่เจริญเพราะว่า น้อง ๆ แจ้งว่าชาวเขาเนี่ย ไม่มี "กระเทย" มีแต่ ช และ ญ แท้เท่านั้น ก๊ากกกกกกกก ขำ ขากลับเจอยายมาขาย สตอเบอร์รี่จึงถามไปว่า "เท่าไหร่" ยายตอบ "จีสะบะ" เราตอบ "ยี่สิบบาท" ยายตอบ "มะใช่" "จีสะบะ" เราตอบ " อืม สี่สิบเหรอ" ยายตอบ "มะใช่" "จีสะบะ" เราตอบ "อ๋อ เจ็ดสิบบาท" ยายตอบ "ใช่ๆ ๆ " หลังจากนั้นแกก็ควักมาให้ลอง แกก็ลองชิมให้ดู กัดปั๊ปก็รีบทิ้งเลย เฮออ เราจะเชื่อได้ไงว่าอร่อยวะเนี่ยแต่ต้องเชื่อเลยหลังจากเห็นเล็บยาย ดำมืดเชียว 555
หลังจากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่เชียงใหม่ ตอนเย็นเดินไปสู่ร้าน "มนต์นมสด" ไปถึงร้านปิดซ่อมแซม จึงไปกินร้านข้าง ๆ เราก็ไม่เข้าใจว่าหิวข้าวแล้วมากินของหวานกันทำไมวะ ร้านข้าง ๆ ก็ขายของหนัก ๆ ให้กินอยู่ เจออันนี้ไปเข้าไปถึงกับจะอ๊วก ของหนักไม่มี มีแต่ของเลี่ยน ๆ อากาศเชียงใหม่ก็ร้อน เรากะว่าจะไปแวะ ที่ร้าน "Good View" แต่ร้านเต็ม เราจึงเดินไปโดยไม่รู้เลยว่า ด้านหน้าและข้างม.เนี่ยร้านปิดหมดแล้ว ไปเจอร้านนึงมีสาวๆ มองหน้าไอ้แชมป์อยู่เราเลยกะเข้าไปนั่งเพราะอยากเที่ยวกลางคืนของเชียงใหม่อยู่แล้ว แต่จู่ๆ เป็นไรกันไม่รู้แม่งไม่ยอมเข้าเซ็งเลย สุดท้ายเดิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนถึงที่พักเลย คือนี้ที่เชียงใหม่เลยจบลงแค่นี้อะคับ
26 février เชียงราย-เชียงใหม่ ภาค 2 ตะลุยเมืองเมฆหมอก (二月, 十三日, 95) เมื่อคืนนอนหลับสบายมากเนื่องด้วยอากาศที่เย็นจัด และตอนดึกมีดนตรีขับกล่อมตื่นมาด้วยความสดชื่อ(รึเปล่า) รีบแปลงฟันด้วยน้ำเย็น(ดุจน้ำแข็ง) ทำเอาปากแข็งเลยเสร็จก็ทานขนมปังรองท้องเนื่องจากกลัวว่าอาการหิวจะทำให้เมารถ เราใส่เสื้อไปถึงสามชั้นเนื่องด้วยกลัวว่าจะหนาวจัด ตื่นมาได้ยินเสียงข้างห้องคุยกันจังเลย ห้องสาวๆ นั้นเอง ตื่นทำห่าไรแต่เช้ากันฟะ 5555 รวมตัวกันใช้เวลาไม่นานเราก็ขึ้นไปถึงจุดที่ต้องลงเดินแล้ว มีเด็ก ๆ มาต้อนรับมากมาย (ขายของ) หลังจากนั้นเราต้องฝ่าความหนาวเย็น และมืดสนิทไปสู่ยอดดอย ซึ่งภาพไม่ได้บันทึกไว้คงมีแต่เสียงที่บันทึกไว้
ไปถึงยอดดอย Oho คนมาทำไรกันเยอะขนาดนี้ฟะเนี่ย ไปหามุมนั่งรอ แต่เนื่องจากหินบนภูเขามันไม่ไม่เรียงกันทำให้ภาพที่ได้ออกมาเอียงบ้าง ไม่เอียงบ้างแต่ก็คงพอใช้ได้ ซึ่งดูจากอากาศถ้าได้มากับหวานใจมีหวังต้องหวานมากขึ้นแน่ ๆ พระอาทิตย์มาแล้ว พร้อม ๆ กับเห็นเมฆหมอกดุจทะเลใจของคนที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขตยอดดอยภูชี้ฟ้านี้ติดกับประเทศลาว ถ้าใครอยากข้ามไปก็ง่ายๆ แค่กระโดดลงไปก็ถึงแล้ว ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร วันนี้เป็นอีกวันที่ดีมัก ๆ เพราะว่าคนแถวนี้เล่าให้เราฟังว่า เมื่อวานนี้เค้าเพิ่งขึ้นไปไม่มีหมอกเลย แต่เรากลับได้เห็นและเห็นเยอะมาก ๆ ด้วย หลังจากที่ถ่ายกันจนพระอาทิตย์ดันให้หมอกพวกนั้นไหลลงสู่ที่ต่ำแล้ว
เราก็เดินทางกลับลงมาเพื่อกลับสู่ที่พัก ไปฝากห้องไว้กับร้าน " " เราก็ซด อู่หลงไปหนึ่งแล้วเพื่ออบอุ่นร่างกาย แต่ที่ประทับใจคงจะเป็น "ข้าวผัดอเมริกันชาวดอย" มันแปลกจริง ๆ เลยจอร์ส เสร็จจากนั้นก็กลับไปเก็บของซึ่งวันนี้เป็นวัน "ปีใหม่" ของชาวเขาแถวนี้ ซึ่งที่เค้าเรียกว่า "เทศกาลดอกเสี้ยวบาน" คนก็จะออกมาขายของ เที่ยว ร่วมงานกัน ซึ่งงานจริง ๆจะจัดขึ้นกลางดึกคืนนี้นเสียดายว่าคงไม่มีโอกาสได้ร่วมงานด้วย เราก็ได้แอบไปเยี่ยม ๆ มองอัลบั้มเพลงของชาวเขากะว่าจะซื้อไว้เป็นระทึก แต่ก็อดใจไว้เนื่องจากไม่รุ้ว่าเอาไปแล้วจะได้ฟังหรือเปล่า
หลังจากก็ออกจากภูชีฟ้า ทิ้งความประทับใจไว้ข้างหลัง ไปแวะที่ "ดอยผาหม่น" ซึ่งมันเงียบ หม่นหมองจิง ๆ เราจึงรีบออกจากที่นั่นไปต่อกัน ด่านต่อไป "ห้วยน้ำดัง" พี่ชาติแจ้งว่า ต้องขึ้นเขาอย่างนี้อีกอย่างต่ำ 4 ชม. เราจึงยกเลิกได้เลย เพราะเนื่องจากแค่นี้ก็มึนแย่แล้ว ตอนลงมาจากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่แวะทานร้านแนะนำของพี่ชาติ "สลุงคำ" ฮังเล , ลาบหมู(ลาบเมือง) , ไส้อั่ว , เต้าเจี้ยวหลน และอื่น ๆ (จำมะได้) รสชาติใช้ได้และที่นี่เค้าได้ให้ นักร้องนำวง Big Ass มาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสริฟให้กับโต๊ะเรา (ก่อนจะเกิดข่าวคาว)
หลังจากนั้นมุ่งตรงไปสู่ "ดอยอ่างขาง" เจอที่แรกค่าที่พักสะเทือนใจมัก ๆเลยหาต่อไป เจอย่านคนจีนยูนานอยู่ ราคาที่พักค่อยใช้ได้หน่อย บรรยากาศไม่เหมือนเมืองไทยซักนิดได้ยินคนพูดจีนกัน เลยเข้าไปถามว่าใช้จีนอะไร เค้าบอกว่าเป็นจีนยูนานจึงเข้าใจในบันดล ที่พักล้อมรอบด้วยภูเขาอากาศสบายจึงรีบไปหาซื้อถุงมือไว้กันอากาศเย็นตอนเช้า
เราพักกันที่ "อ่างข่างฮิลล์รีสอร์ท" ราคา 700 บาทต่อห้อง จึงได้โอกาสสระผมซะที (เหนียวแน่นหนึบ) ห้องน้ำที่นี่น้ำร้อนใช้แก๊สทำซึ่งแปลกดี สะอาดเนื้อสะอาดตัวแล้ว อากาศเย็นก็เริ่มมาเยือน จึงไปทานอาหารเย็นก็ทานอาการง่าย ๆแถวนัน้ เสร็จก็เข้าที่พักเข้าสู่ที่พักดูนางบาปซึ่งใกล้จะลาจอแล้ว ส่วนอีกกลุ่มนึงก็เล่นไพ่กัน กิจกรรมยามดึกไม่มีอะไรมากแล้วก็ยแกย้ายกลับไปนอนเอาแรงไว้พรุ่งนี้เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น Sleep>>>>>>>>
19 février เชียงราย-เชียงใหม่ ภาค 1 ตะลุยเหนือแว้วเจ้า (二月, 十二日, 95)ทริปนี้เกิดจากความเบื่อและล้าจากากรทำงานซ้ำ ๆ ซาก ๆไม่ค่อยได้มีเวลามา meeting กัน จัดทริปแบบหัวชนฝา จองตั๋วเครื่องบินตั้งแต่ปลายปีที่แล้วโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวอะไรบ้างเลยอะ แต่เนื่องจากได้ตั๋วฟรีขานึงเลยไปก็ไป พอถึงเวลาใกล้ ๆ เราดันไม่อยากไปซะงั้น มันเกิดอาการเบื่อ ๆ แต่ก็ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วไปทิ้งงานไว้เนี่ยดีกว่า วันแรกเนี่ยเครื่องออก 6:45 ตอนเช้าเลยต้องตื่นแต่เช้า ทิ้งงานไว้เนี่ยแหละ ไปรวมกัน ตอนเดินเข้าไปที่ทาง airport ในประเทศ โอ้ Mon Dier ทำไมมันแตกต่างกับ international ยังงี้ฟะเนี่ยดูเก่า ๆ พิกล นั่งรอจนเพื่อนมาครบแว้วก็ไปทำการเข้าไปนั่งรอ มีเจ้คนนึงแกดันพกมีดพับ โดยสอยสะเพราะมีของต้องสำแดง (ยังดีถ้าเราโดนคงโดนสำเหลืองเพราะใส่เสื้อเหลือง) เครื่อง Air Asia ลำเล็กมัก ๆ นั่งแล้วอึดอัดฉิบ แต่ก็ดีแค่ชม.กว่า ๆ ก็ถึงและ ขึ้นไปแอร์ก็ทำการโชว์ให้ดูการสาธิตอุปกรณ์ฉุกเฉิน ทำเร็ว มัก ๆ ไปถึงปั๊ปก็รีบเดินไปหารถที่นัดไว้ คนขับรถชื่อพี่ชาติ (ซึ่งตอนจบทริปเค้าคงต้องกินยาบำรุงเยอะมาก เพราะผ่านการใช้งานจากพวกเรากระจาย) อย่างแรกที่คิดคือไปหาไรกินก่อนแล้วเนี่ย หน้าท้องจะติดกับแผ่นหลังแล้ว ไปกินร้านต้มเลือดหมู ร้าน “กว้างเจริญ” ใกล้ๆ กับสนามบิน เชียงราย หลังจากนั้นเราก็เริ่มเดินทางสู่ “ดอยตุง” ซึ่งก็เคยเป็นที่พำนักของสมเด็จย่ามาก่อน อากาศตั้งแต่ลงทางเครื่องเนี่ยกำลังเย็นสบายเทียว ชักเริ่มชอบเชียงฮายแล้วจิ อิอิ บนดอยตุงเสียค่าบัตรผ่านประตู 150 บาท สามารถเข้าชมได้ 3 สถานที่ ได้แก่สวนแม่ฟ้าหลวง, พิพิธภัณฑ์ดอยตุง และพระตำหนักดอยตุง บนสวนแม่ฟ้าหลวงนั้นมีดอกไม้สวย ๆ มากมายปลูกอยู่ตามทางที่จัดขึ้นมาได้สวยงามมัก ๆ หลังจากที่เสียเวลาไปกว่าชม.ในนี้เราจึงรีบไปชม พระตำหนักของสมเด็กจย่าเพื่อให้จบภายในก่อนเที่ยง แต่พอดีว่าในนั้นไม่สามารถถ่ายภาพได้จึงไม่สามารถนำมาให้ท่าน ๆ ดูได้ สินค้าขึ้นชื่อบนดอยตุงนั้น ก็จะมีนึกถึง กาแฟสด/ชาดอยตุง , แมคคาดาเมียนัท ส่วนอาหารเที่ยงวันนั้นเราก็ทานกันง่าย ๆ บนนั้นเพราะว่าต้องการทำเวลาเพื่อมุ่งสู่แม่สาย พอดีว่าได้ลองทาน “ สับปะรดภู-นางแล (ผสมสายพันธุ์ ภูเก็ต/นางแล) “ ลูกจะแค่กำมือเราๆ ๆเนี่ยแหละ เค้าผ่าไว้ สี่ด้าน ก้านมันสามารถใช้แทนที่ถือได้เลย รสชาติหอมหวานกินแล้วชุ่มคอมัก ๆ หลังจากเสร็จภารกิจตอนเที่ยงเราก็มุ่งหน้าสู่ อ.แม่สายที่ค่อนข้างไกลเหมือนกัน เพื่อไปดู DVD, CD ของราคาถูกต่าง ๆ สำหรับขั้นตอนการผ่านแดนไปยังพม่า ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ใช้แค่บัตรประชาชน แล้วก็เงินคนละ 30 บาท เท่านั้น เพื่อทำเอกสารข้ามแดนแบบวันเดียว โดยขากลับเราก็ต้องถือเอกสารแผ่นนี้กลับเข้ามายังไทยด้วย แต่ว่าตอนขากลับเจ้าตูนเพื่อนเราเนื่องจาก shop เผอิญ บัตรผ่านแดนหาย ซึ่งก็เกือบโดนกักไว้ด้านนั้นเนื่องจากหน้าใกล้เคียงกัน (รึเปล่า) กับชาวพม่า 5555 ผมพูดาเล่นแหละ ระหว่างเดินความสุขผมก็ต้องโดนขัดเพราะว่างานโทรมาอยู่นั้นแหละ เฮออ เบือ่เจงๆ ที่นั่นก็คล้ายๆ กับคลองถมบ้านเราเนี่ยแหละเพียงแต่ของถูกกว่าหนังเรื่องนึงประมาณ 50 – 80 บาท ที่ฮิตที่สุดคงไม่พ้น Series Korean ทั้งนั้น ทุกบ้านมีขายหมด แดจังกึมมีขายจนจบแว้ว เราไปเจอแดจังกึม Box set ของจีนด้วยแต่กะว่าจะไปเที่ยวอยู่แล้วเลยว่าเดี๋ยวค่อยไปสอยที่โน่นดีกว่า คนแถวนั้นเหมือนจะเป็นคนจีนเยอะพูดจีนกันได้เยอะมัก เราก็ลอง ๆ พูดกับเค้าไปบ้างแต่เกรงใจว่าไม่รู้ว่าจะจีนไหนอะเดี๋ยวคุยกันไปแว้วไม่รู้เรื่อง แต่ก็เสียดายเหมือนกันเลยไม่ได้ลองสิ่งที่เรียนมาเลย อิอิ สุดท้าย 3 ชม.ผ่านไป ได้แค่ขนมออกมาส่วนเซนต์กะ ตูนเนี่ยได้ DVD เยอะมัก ๆ หลังจากข้ามกลับมาเราก็มุ่งหน้าสู่ อ.เทิง ที่พักบน ภูชี้ฟ้าอินน์ ราคาหลังละ 500 บาท/คืน ซึ่งเป็นที่พักที่สะดวกสบายหรูหรามัก ๆ น้ำร้อนไหลแรงมัก ๆ อ่างล่างหน้ารุ่นนี้สามารถต่อท่อเดียวกันกับน้ำที่ไว้ลองล้างก้นได้ 5555 สะเทือนกับห้องน้ำเล็กน้อย ถ้าอากาศธรรมดาคงไม่เท่าไหร่แต่อากาศบนนั้นน่าจะใกล้ๆ 15 C ได้อะคับ คิดเอาว่าเวลาลองน้ำมาแปลงฟันเนี่ยฟันชาเลย แต่ที่นอนใหญ๋มัก ๆ นอนสบาย โทรทัศน์รับช่อง 3 ได้ด้วย เพิ่งรู้ว่าชาวเขาก็ชอบดู “แดจังกึม” เพราะว่าระหว่างรอสั่งข้าวเนี่ยไปลองเดินเล่นดูเห็นชาวเค้ามุงกันดูแดจังกึมอยู่ เราก็ไปทานข้าวกันร้าน “ร้านลักษณ์บริการ” ซึ่งเปิดร้านเป็น Open Air เย็นมัก ๆ หมวยที่เตรียมมาได้ใช้เทียว เนื่องจากอากาศเย็นตอนกินข้าวจึงต้องรีบมัก ๆ หลังจากนั้นก็ไปหาพวกถูกมือไว้ลุยเมืองหมอกพรุ่งนี้ ช่วงวันที่ 13 ก.พ เป็นต้นไป จะตรงกับเทศกาล “ดอกเสี้ยวบาน” ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานฉลองปีใหม่ของชาวเขาเผ่า “ อาข่า ” ด้วย ฉะนั้นในคืนนั้นละแวกนั้นจึงคึกคักเป็นพิเศษกว่าปกติ มีทั้งม้าหมุน ร้านค้าข้างทางแบบตลาดนัด และมีเพลงติ๊ดชึ้งๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้คึกครื้นด้วย ทุก ๆ คนเข้าห้องนอนกันเร็วมาก เนื่องจากเรายังไม่อยากที่จะนอนจึงออกไปเดินเล่น กลางคืนสักพักแล้วจึงรีบเข้านอนบ้าง หลับสบายฝันดีอากาศธรรมชาติ พรุ่งนี้ลุย เมฆหมอกตอนเช้าฮะ
รูปวันแรกสามารถดูได้ที่นี่เคยคับ
10 février เทพนิยาย พอดีไปดู blog เพื่อนมาเลยขออนุญาติ copy เค้ามาเพราะว่าเค้าแปลไว้เรียบร้อยแล้ว เพลงนี้ดังมาช่วงเมษาปีที่แล้ว ตอนที่ไปอยู่ไตหวัน ไพเราะมาก ๆ เลยอยากเอามาให้ดู กัน
童话/Fairy Tale/เทพนิยาย
By: 王光良/Michael Wong/กวง เหลียง
忘了有多久
wang le you duo jiu
ลืมแล้วว่ามันนานแค่ไหน
再没听到你 zai mei ting dao ni
ที่ไม่ได้ยินเธอ
对我说你最爱的故事 dui wo shuo ni zui ai de gu shi
เล่าเทพนิยายที่เธอชอบที่สุดให้ผมฟัง
我想了很久 wo xiang le hen jiu
ผมใช้เวลาคิดนานมาก
我开始慌了
wo kai shi huang le
ผมชักเรี่มกังวล (นึกถึงภาษาไทย คำว่า ไขสือเลยเนอะ)
是不是我又做错了什么
shi bu shi wo you zuo cuo le shen me ว่าผมทำอะไรผิดอีก (หุหุ ชอบคำนี้จริงๆ จั้วชั่ว ทำไม่ดี หรือทำชั่ว เหมือนภาษาไทยเลย)
你哭着对我说
ni ku zhe dui wo shuo เธอร้องไห้กับผมว่า
童话里都是骗人的 tong hua li dou shi pian ren de
เทพนิยายมันเป็นแค่เรื่องโกหกทั้งนั้น
我不可能是你的王子
wo bu ke neng shi ni de wang zi ผมไม่มีวันเป็นเจ้าชายของเธอ
也许你不会懂
ye xu ni bu hui dong บางที เธออาจไม่เข้าใจ
从你说爱我以后 cong ni shuo ai wo yi hou
หลังจากที่เธอบอกว่ารักผม
我的天空 星星都亮了 wo de tian kong xing xing dou liang le
ดวงดาวทั่วท้องฟ้าของผม ส่องแสงเป็นประกาย
我愿变成童话里 wo yuan bian cheng tong hua li ผมพร้อมแปลงกายเข้าไปในเทพนิยาย
你爱的那个天使 ni ai de na ge tian shi เป็นทูตสวรรค์ที่คุณรักมากที่สุด
张开双手
zhang kai shuang shou มือทั้งสองข้าง
变成翅膀守护你 bian cheng chi bang shou hu ni
เปลี่ยนเป็นปีกคอยปกป้องเธอ
你要相信
ni yao xiang xin
เธอต้องเชื่อ
相信我们会像童话故事里 xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li
เชื่อว่าเราทั้งสอง จะเป็นเหมือนกับในเทพนิยาย
幸福和快乐是结局
xin fu he kuai le shi jie ju
ที่จบแบบมีความสุข
我要变成童话里
wo yao bian cheng tong hua li ผมอยากแปลงกายเข้าไปในเทพนิยาย
你爱的那个天使 ni ai de na ge tian shi เป็นเทวดาที่เธอชอบมากที่สุด
张开双手
zhang kai shuang shou มือทั้งสองข้าง
变成翅膀守护你 bian cheng chi bang shou hu ni
เปลี่ยนเป็นปีกปกป้องคอยเธอ
你要相信
ni yao xiang xin
เธอต้องเชื่อ
相信我们会像童话故事里 xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li
เชื่อว่าเราทั้งสอง จะเป็นเหมือนกับในเทพนิยาย
幸福和快乐是结局
xin fu he kuai le shi jie ju
ที่จบแบบมีความสุข 我会变成童话里 wo hui bian cheng tong hua li ผมจะแปลงกายเข้าไปในเทพนิยาย
你爱的那个天使 ni ai de na ge tian shi เป็นเทวดาที่เธอรักมากที่สุด
张开双手
zhang kai shuang shou มือทั้งสองข้าง
变成翅膀守护你 bian cheng chi bang shou hu ni
เปลี่ยนเป็นปีกคอยปกป้องเธอ
你要相信
ni yao xiang xin
เธอต้องเชื่อ
相信我们会像童话故事里 xiang xin wo men hui xiang tong hua gu shi li
เชื่อว่าเราทั้งสอง จะเป็นเหมือนกับในเทพนิยาย
幸福和快乐是结局
xin fu he kuai le shi jie ju
ที่จบแบบมีความสุข
一起写我们的结局 yi qi xie wo men de jie ju
เราจะเขียนตอนจบด้วยกัน
31 janvier 新年快乐,公司发财 พ้นตรุษจีนไปแว้ว เพิ่งจะหายจากไม่สบายปีนี้ไม่สบายตั้งแต่ตรุษจีนเลย เฮออ เมื่อคืนก็ฝันแปลก ๆ แฮะ ดันฝันว่าตอนนี้ไม่มีตอนดึก เวลาผ่านไปจนถึง สามทุ่มกระทั่งตีสามแล้วก็ยังไม่มืดซะที บรรยากาศมันช่างประหลาดจริง ๆ อึดอัดด้วย
วันนี้ไปรับกล้องกลับมาแล้ว เฮออ หวังว่าจะได้ถ่ายรูปสวย ๆ ตอนกลับจากทำงานเจอ Allen ด้วย เห็นเดินกะสาวเลยเข้าไปทัก อ๋อ แฟนมาเที่ยวเมืองไทย แฟนเค้าน่ารักดี เสียดายกล้องที่เอากลับมายังไม่มี memory เพราะว่าเอาไว้ที่บ้านไม่งั้นจะถ่ายทั้งสองคนเอามาโชว์ อิอิ ไม่ได้คุยจีนนานเลย มะกล้าลองไปคุยจีนกลัวนึกคำพูดมะทัน 55555
มีเพลงเพราะ ๆ มาฝากด้วย
เพลง : ใครสักคน คนที่เธอไม่มอง คนที่เธอไม่สนใจ เค้ามีอะไรข้างในที่เธอคงไม่รู้ เพียงเธอลองเปิดใจ เพียงแค่ลองได้เฝ้าดู จะเข้าใจบางคนที่อยู่ใกล้ตัวของเธอ * ไม่ใช่คนที่เธอฝัน ไม่ใช่คนสำคัญอะไร แต่จะมีแต่ความอุ่นใจ ให้กับเธอไม่มีขาดหาย ** นี่คือเสียงหัวใจกระซิบที่คอยบอกเธอ อยากเสนอเป็นคนเคียงข้างเธอตลอดไป ไม่ต้องรักกัน อย่างที่ฉันรักเธอก็ได้ แค่รับเอาความห่วงใยฉันไปเท่านั้น ก็พอ เป็นแค่ใครสักคน คนที่เธอได้วางใจ ไว้คอยดูแลได้ไหมหากใจเธอนั้นล้า เป็นแค่ใครสักคน คนที่คอยซับน้ำตา อย่าได้เคืองและเมินใส่กันจะทำได้ไหม (ซ้ำ * , **) (ซ้ำ **) ไม่ต้องรักกัน อย่างที่ฉันรักเธอก็ได้ แค่รับเอาความห่วงใยฉันไปเท่านั้น ก็พอ 21 janvier งานรับปริญญาเอแบค + บอลจุฬา ธรรมศาสตร์ ตอนเช้าไปเรียนหนังสือตามปกแต่ว่ารีบออกเร็วหน่อยเพื่อให้ทันที่นัดไว้ รีบไปรถไฟใต้ดินคนเยอะมัก ๆไปถึง โอ้โห ไม่น่าเอากล้องไปเปลี่ยนตัวใหม่เมื่อวานเลยตรู แจ่ม ๆ ทั้งน๊าน แค่เดินเนี่ยก็น้ำลายหกแล้ว กว่าจะหากันเจอก็นานเหมือนกัน บอก black canyon เราก็ไปยืนด้านหน้า เค้าอยู๋ด้านใน คงจะเจอนะเนี่ย เห็นเล้งแล้วตกใจ โอ้โห กลมบล๊อกเลยแฮะ หน้านะคับอย่าคิดเป็นอื่น อิอิ ถ่ายรูปกันสักพักคนเริ่มซา เจ้าของงานก็เริ่มไปถ่ายที่อื่นต่อ เราจึงจะไปหาไรกินกัน โหกว่าจะหารถได้ คนเยอะมาก taxi หายากมากสุดท้ายนั่ง รถเมล ซะเลย แล้วก็ไปหาที่ต่อรถไฟฟ้าดีกว่า
ไปกิน MK กัน แล้วต่อด้วย ไอติมทีแรกว่าจะไปกินไอติม buffet ที่แถว ๆพร้อมพงศ์ แต่ก็มะได้ไปจะดูจังกึมก็ไม่ทัน เลยเดินเล่นกะวิน บุ๊ค สุดท้ายเลยเดินรอรถเมลคนเดียวเลยลองโทรไปหาเชฟดู ดันอยู๋แถวนั้น เซ็งเลยมะมีกล้องแล้ว ไอ้บุ๊คก็กลับไปแล้วอดเลย เศร้า score จุฬา 2 - ธรรมาศาสตร์ 0 แต่ว่าเสื้อของธรรมดาศาสตร์สวยดีอะ สีเหลืองสะใจอยากได้บ้างแฮะ
ส่วนภาพใต้นี้เลย ฮะ
20 décembre ปิ๊งสาว Part I เรื่องของเรื่องจริง ๆ ปิ๊งมาซักพักแล้วหละ วันนี้ลองกะเวลาแล้วไปนั่ง ๆ รอดูกะว่าคงไม่เจอหรอก สักพักดันเจอแฮะ พอดีรถมาขึ้นรถไปก็ตามสไตล์ที่ เข้าไปหลัง ๆ ก็พอดีมีที่ยืนก็ไปยืนคู่กัน อยากยิ้มให้ฉิบแต่ไม่สามารถ อิอิ เหมือนว่าเค้าจะไปตัดผมมานะ น่ารักจังเยย ตอนได้ที่นั่งเลยให้เค้าไปนั่งก่อน อยากจะหันไปคุยด้วยฉิบเป๋ง ตอนลงรถก็คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าจะทำยังไห้รู้จักกันได้วะเนี่ย ธรรมดาเค้าจะไปซื้อขนมปังเราเลยกะว่าจะไปอู้ร้านข้าง ๆ ดันไม่ซื้อแฮะ วิ่งตามแถบไม่ทัน วิ่งตามทันก็ไม่มีไรขึ้นมาอยู่ดี 555
อย่างน้อยซวยมาปลายปี ยังพอมีไรให้ชื่นใจหน่อยก็ยังดีแฮะ ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะสามารถได้เจอกับเธอคนนั้นอีกหรือเปล่า
มีเพื่อนอีกคนก็กำลัง fall in love อยู่หวังว่าเค้าจะได้สมหวังสิ่งที่คิดไว้ในปีใหม่ด้วยละกันเน้อ
"จะมีทางไหนที่ทำให้ฉันค้นพบ คนดีของหัวใจ ได้เจอกับใครที่ฉันรอ อาจมีสักครั้งที่ทำให้เราได้พบรักแท้ เท่านี้ก็เพียงพอ กับคนหนึ่งคนที่อยากจะขอ" 9 décembre ลมหนาวมาอีกแล้ว น้องโบก็ใกล้จะมาแล้ว ลมหนาวย้อนมาอีกรอบ ใกล้จะปลายปีแล้ว โคตระ อยากจะไปฮ่องกงตอนคริสมาสเลย เสียดายพี่วินแกไปก่อนเราแล้วดันกลับก่อน ทีแรกกะว่าถ้าไปได้เนี่ยจะลากยาวเลย ถึงวันที่ 4 ค่อยกลับเลย ไปถ่ายรูปแสงสีที่ฮ่องกงซะหน่อยตอนคริสมาสท่าทางจะสวย สงสัยจะต้องอยู่กรุงเทพไปก่อนซะแล้ว ปีใหม่นี้ไม่รู้จะเอายังไงต่อไปดี ถ้าได้โดนส่งไปตายดาบหน้าที่เมืองจีนก็ดี อย่างน้อยได้ไปฝึกภาษาซะหน่อย ตอนนี้เดินเป็นเป็ดแล้ว ทำไรก็ไม่ได้ รู้แค่ งู ๆ ปลา ๆ
ตอนนี้ส่วนตัวอยากทำ voice เป็นหลักจัง อยากทำแบบจริง ๆ จัง ๆ ไปเลยอะ จะได้เริ่มไรใหม่ ๆ กับชีวิต ไม่รู้ว่าเนี่ยปีหน้าโดน cabling เป็นหลักหรือเปล่า เพราะว่า technology มันแทบจะตายแล้นเนี่ย
ปีหน้ากะว่ารอแป๋มมันกลับมาแล้วจะหาที่ไปเที่ยวซะหนอ่ยไม่ได้เจอนาน ให้มานสอนภาษาอังกฤษก็คงจะดี เฮออออ ปีหน้าเดือนเมษาไม่รู้จะได้ไปเที่ยวจีนเปล่า อยากลองไปเทสภาษาที่เรียนมาซะหน่อย
24 novembre ลมหนาวพัดผ่านจากใจฉันไป ดีใจด้วยกับคน ๆ หนึ่งที่เราเป็นห่วง ที่ได้คืนดีกับแฟน อิอิ แม้ว่าเราจะแอบอิจฉานิด ๆ ออกจากกลุ่มคนโฉด เอ๊ยไม่ใช่คนโสดไปซะแล้ว
มีเพลง ๆ หนึ่ง ชอบมัก ๆ เลยอยากจะเอามาร้องให้ฟัง ส่วนตัวเราหนาวนี้ก็คงต้องเหงากานต่อไป
เพลง "ทุกนาทีให้เธอ"
*** มีหลาย ๆ คนบอกว่าง่ายดาย อยากจะรักกับใครคนไหนไม่อยากเลย
คอยมีดอกไม้ เอาใจเข้าไว้ พูดให้ฟังดี ๆ ก็พอ
พอได้พบเธอ เราได้ใกล้กัน ถึงจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เลย
มันเกินกว่านั้น มันดีกว่านั้น ฉันว่ามันคือความเข้าใจ
ไม่มีดอกไม้ ไม่มีนำมาให้เธอ เพราะไม่มีดอกใดที่สวยพอ
ไม่มีคำหวานที่มันมีความหมายพอ ฉันมีเพียงแต่คำว่าจริงใจ
คำว่ารักเธอ คือที่ฉันมี แปลว่าฉันจะอยู่ตรงนี้ใกล้ๆ เธอ
มีคน ๆ นี้ คอยเธอตรงนี้ ทุกนาทีที่เธอต้องการ ****
20 novembre Relax ที่บางแสนงะ ตื่นมาแต่เช้ากับวันที่อากาศเริ่มเหมือนหน้าหนาวหน่อย วันนี้น่าจะประมาณ 27 องศา เย็น ๆ สบายหน่อยนัดเพื่อนตุ้ย 4 ไว้ว่าจะไปเที่ยวคล้ายเครียดกันหน่อยไม่ได้เจอกันน่าจะประมาณ เกือบ 3 -4 เดือนได้ นัดกันไว้เยอะแต่ตามที่คิดเหลือไม่กี่คน เชอร์รี่,บอย,ฝน(เห),ส่วง,Allen, บุ้ง(ไปเจอที่นั่น), พล และก็เรา ได้แค่นี้แหละ ตอนแรกนัดไว้เยอะมัก ๆ แต่ก็รู้แล้น นั่งรถไปเกือบเลยบ้านบุ๊ค ด้วยความง่วงของทุกคนเนื่องจากนอนดึกตื่นเช้า ไปกินข้าวกันที่บ้านบุ๊คก่อน หลังจากนั้นก็นั่งรถไอ้เจ้าบุ๊คไปบางแสนนั่งตากลมและหาไรกิน แต่อยากจะบอกว่า ไม่อยากนั่งรถมันขับอีกเลย นั่งหลังแทบ พุ่ง ไอ้ที่จะพุ่งเนี่ยน่าจะเป็นอ้วกอะ ขับรถได้เสียวมัก ๆ ๆ หลังจากไปถึงเนี่ยก็นั่งพักกันเนื่องจากร้อนมัก ๆ ก็มีแค่ เรา, พล, ฝน และ allen ที่ไม่ได้เล่นน้ำเนื่องจากแต่ก็อยากเล่นแต่น้ำมันไม่ค่อยสะอาดอะ
กว่าจะรอเจ้าพวกนั้นเล่นน้ำเสร็จทีแรกนึกว่าวันนี้จะจบการเดินทางแล้ว สุดท้ายทนไม่ได้ขอขี่รถจักรยานสามตอนกัน โอ้โห เพิ่งรู้ว่ามันแสนจะลำบากในการขี่ รถก็ยางแบนมัก ๆ แล้วครั้งแรกเอาคนตัวหนักมารวมกันเนี่ย มันไม่ได้ทำ load balancing กันเลยอะ หนักมัก ๆ ปั่นตามมะทันเลย สุดท้ายย้ายไปรวมคันที่ตัวเบา คือเรากะ allen แล้วให้ส่วง บุ๊ค บอยไปรวมกัน 55555 มันปั่นกันไม่ได้น้ำหนักเกิน สุดท้ายวนกลับไปคืนรถ เหนื่อยมัก ๆ เพิ่งนึกว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้ ไปนั่งกินข้าวกันต่อ อาหารอร่อยดี วันนี้รู้สึกได้พักผ่อนจิงๆ นะ แม้ว่าจะเหนื่อยทำให้เราได้ plan next step กันต่อก็หวังว่าจะได้เที่ยวผ่อนกันต่อ ไอ้วันนี้ที่สนุกคงเป็นจักรยานอะ ขำดี เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพตอนขี่กันอยู่
กว่าจะได้กลับกันก็ร่วมๆ 2 ทุ่มแต่มันไม่ไกลมาก ถึงกรุงเทพประมาณ 3 ทุ่มแล้วเนี่ย อีฮั้นดิรนมาอัพ blog ทำมายฟะ เนี่ย ตอนที่ทำเนี่ยก็ 5 ทุ่มกว่า ๆ แล้น ง่วงก็ง่วง คิดถึงบางคนด้วย อยากไปงานวิชาการจุฬาด้วย สงสัยจะอดแน่ๆ เลย
คนที่จะดูรูปก่อนเนี่ยดูได้จาก link ข้างล่างเลยนะไม่อยากอัพขึ้นทีนี่เพราะว่าที่น้อย ดูที่ yahoo ดีกว่า
16 novembre Happy วันลอยกระทงเริ่มจากวันนี้มะได้ไปไหนฝนตก เบื่อ ๆ ไม่รู้ไปแพ้อะไรมาหน้าหล่อ ๆ บวม ๆ เหมือนโดนยุงกัดเลยอะ นั่งเหงาอยู่บ้านเลยเอาเพลงมาโพสแทนใจไปก่อน
World Music - จันทร์
---------------------------------
ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น จันทร์คืนแรม วับแวมอยู่บนปลายฟ้า คงล้าอ่อนแรง ทอแสงแหว่งเว้าครึ่งดวง คืนเหงามันเศร้ามันซึมในทรวง จันทร์เพียงครึ่งดวง คล้ายจันทร์เจ้ารอใคร จันทร์คืนแรม วับแวมมีเพียงครึ่งใบ คงดังกับใจฉันที่มีเพียงครึ่งดวง คอยรักที่จักเดิมเต็มในทรวง โอ้ใจครึ่งดวง เฝ้ารอมาเนิ่นนาน * จันทร์เอ๋ยจันทร์ที่ลอยเด่นฟ้า จะมีน้ำตาหลั่งมาเหมือนฉันบ้างไหม ความรักมันช่างห่างไกลแสนไกล ไม่รู้วันไหน หัวใจถึงจะเต็มดวง ** คงมีวันที่จันทร์เจ้าจะเต็มใบ แต่ว่าหัวใจฉันจะมีไหมวันนั้น ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น วันที่ใจเต็มดวง (ซ้ำ * , **) ฤารักฉันจะเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้น วันที่ใจเต็มดวง ------------------------------- 11 novembre Please wait ! .................. No วันนี้ทำงานตอนเช้าก็เจอเรื่องนิสัยแย่ ๆ ของชาวต่างชาติประเทศนึง เค้าคุยไรกับพี่ที่ทำงานเราไรก็ไม่รู้ก็คงเรื่องเดิม ๆ เหมือนที่คนอื่นเจอ แล้วต้องทำเสียงดังใส่คนอื่นด้วยในที่ทำงานที่เงียบสงบ เค้าชือ่ ช. คุยกับพี่ ต. แล้วจู่ ๆ ก็ตะโกน NO ดังลั่น office เลย เวงทำนิสัยเลว ๆ ขอสักนิดเพราะว่าเห็นทำอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว เหมือนพวกประเทศไม่มีอารยธรรม สมบัติผู้ดีสงสัยจะไม่เคยอ่านมั่งเนี่ย
สักพักจากนั้น พี่เค้าก็ไปเอาเอกสารให้มันเลยเดินไปหาพี่อีกคนชื่อ ว. อันนี้สะใจให้เค้าหาของให้เค้าก็งานเยอะ ๆ ก็กำลังหาให้แต่ว่าก็ยืนบ่นอยู่นั่น แบบว่าเพิ่งหาก็บ่นไม่เก็บให้เรียบร้อย ไม่ให้ความสำคัญ พี่เค้าจู่ๆ ก็เบรคแตกขึ้นมา กระแทกเกะใส่ดังมากกกกกกกกกกกกกกกก จน manager หันมาดูกันหมดเลย ทั้ง office เงียบสงัด ได้ยินว่า "Please wait" และพูด ๆ จากดูว่าน่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น จากที่ไปคุยดู เค้าว่า ใหเค้าหาของเค้าก็กำลังหาให้เพิ่งจะหาได้แป๊ปเดียวก็บ่น อยู่นั่นแหละเลยฟิวส์ขาด ซํดไปหนึ่งดอก ประทับใจคนทั้ง office เนื่องจากเจ้าคนนี้นิ ทำอย่างนี้มาหลายรอบแล้ว นาน ๆ จะมีคนกล้าทำอย่างนี้กะมัน เรางี้เดินไปพี่ขอจับมือทีนึง ประทับใจโคตร ๆ ไอ้พวกนี้เก่งก็ไม่เก่ง แล้วมาทำไรบนบ้านเมืองคนอื่นยังจะมาทำเก่ง
ท่านคือ Hero ที่เรารอมานาน เจ๋งมาพี่เรา . สุดยอด....................... |
|
|